สายลมเหนือกรีดเฉือนผิวหนังประดุจใบมีดน้ำแข็งนับพันเล่ม
พายุหิมะที่โหมกระหน่ำติดต่อกันมาเกือบสามเดือน ได้กลืนกินหมู่บ้านธารน้ำแข็งจนแทบไม่เหลือร่องรอยของอารยธรรมมนุษย์ หลังคาเรือนจมอยู่ใต้กองหิมะหนากว่าสามเมตร ควันจากเตาผิงที่เคยเป็นสัญญาณแห่งชีวิตมลายหายไปนานแล้ว
ผู้คนที่ยังพอมีลมหายใจเดินสั่นเทิ้มด้วยร่างกายที่ผอมโซจนเห็นโครงกระดูกชัดเจน ดวงตาของพวกเขาเป็นโพรงว่างเปล่าไร้แสงแห่งหวัง
ศพของผู้ที่หนาวตายและหิวโหยถูกวางเรียงรายกันเป็นแถวหน้าหมู่บ้าน พวกเขาไม่มีแม้แต่แรงจะฝัง หรือต่อให้มี... ผืนดินที่แข็งตัวประดุจเหล็กกล้าก็มิอาจเปิดออกเพื่อรับร่างผู้ใดได้อีกต่อไป
การร่วงหล่นของหัวใจเทพ
ในคืนที่มืดมิดที่สุด ท้องฟ้าสีตะกั่วพลันฉีกขาดออก!
รอยแยกมิติสีดำสนิทปรากฏขึ้นราวกับมีกรงเล็บยักษ์กรีดผ่านม่านเมฆ สิ่งหนึ่งร่วงหล่นลงมา... มันไม่ใช่ดาวตกที่รุนแรง และไม่ใช่สายฟ้าที่กัมปนาท แต่มันกลับร่อนลงมาช้า ๆ อย่างนุ่มนวล ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นประคองไว้
รังไหมทองคำทมิฬ ขนาดเท่าบ้านหลังเล็ก ตกลงตรงใจกลางลานหมู่บ้านโดยไร้ซึ่งเสียงกระแทก พื้นหิมะรอบข้างไม่มีแม้แต่รอยแตก มีเพียงเสียงจังหวะลึกลับที่ดังขึ้นในความเงียบ
ตุบ... ตุบ...
มันคือเสียงชีพจร... ราวกับมีหัวใจขนาดมหึมากำลังเต้นอยู่ภายในสิ่งนั้น
ชาวบ้านที่พอจะมีแรงตะเกียกตะกายออกมาต่างยืนนิ่งราวกระเบื้องเคลือบที่ถูกสาป "นั่นมัน..." ลุงชาง ผู้เฒ่านักล่าสัตว์กระซิบด้วยเสียงแหบพร่า "เหมือนไข่ยักษ์... หรือหัวใจของเทพเจ้า?"
"มันอุ่น..." หลิวหลาน หญิงสาวที่สูญเสียครอบครัวไปในพายุหิมะพึมพำขณะกอดลูกชายคนเล็กไว้แนบอก "ฉันรู้สึกได้... มันแผ่ความอบอุ่นออกมา"
"อุ่นบ้าอะไร!" เฉินหยวน ชายหนุ่มเพียงไม่กี่คนที่ยังเหลือเรี่ยวแรงตะคอกเสียงแผ่ว "กลิ่นมันคาวเลือดผสมกับซากเน่า เหมือนตอนที่ฉันเคยลากซากหมีที่เน่าตายมาไม่มีผิด!"
"เงียบไปเลยเฉินหยวน!" หลิวหลานหันขวับ ดวงตาเบิกโพลง "ถ้าเป็นพรจากฟ้า เราจะรอดกันหมด อย่าทำให้เทพเจ้าโกรธ!"
ศาสตร์แห่งการย่อยสลาย
รังไหมทองคำทมิฬเริ่มสั่นไหว เส้นใยสีทองและสีดำขยับเขยื้อนราวกับสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจ ชาวบ้านพากันคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัว บางคนยกมือขึ้นเหนือหัว บางคนร่ำไห้ออกมาด้วยความปิติที่บิดเบี้ยว
ภายในนั้น... สติปัญญาที่หลอมรวมจากวิญญาณนับแสนดวงที่ถูก 'ชื่อกู่' กลืนกินเริ่มตื่นจากการหลับไหล
มันไม่ใช่การคิดแบบมนุษย์ แต่เป็นการประมวลผลที่รวดเร็วและเย็นชาประดุจเครื่องจักร มันทำหน้าที่คัดกรองเศษซากอารมณ์ที่ไร้ค่าทิ้งไป ทั้งความกลัว ความรัก และความทรงจำที่น่ารังเกียจ
สิ่งที่ถูกเก็บไว้มีเพียง "แก่น" ที่บริสุทธิ์ที่สุด: สูตรโอสถชุบชีวิต ค่ายกลล้อมเมือง และวิชาสังหารที่คมที่สุดจากนักฆ่านับล้านที่ตายไปแล้ว
แล้วมันก็เริ่ม "กิน"
รังไหมดูดซับความหนาวเหน็บ ความหิวโหย และกลิ่นอายแห่งความตายเข้าไป เปลี่ยนมันเป็นพลังงานบริสุทธิ์ก่อนจะพ่นหมอกสีเทาดำบาง ๆ ออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ ในพริบตานั้น พายุหิมะหยุดชะงัก อากาศเริ่มอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด ชาวบ้านที่เคยตัวเย็นเฉียบกลับรู้สึกถึงความร้อนแผ่ซ่านมาจากภายในปอด
"ปาฏิหาริย์..." ลุงชางร้องไห้ออกมา "ปาฏิหาริย์จริง ๆ ด้วย!"
ทว่าเฉินหยวนยังคงจ้องเขม็งไปที่กองศพ... ควันสีดำสนิทม้วนตัวรอบซากร่างเหล่านั้น ก่อนจะดูดกลืนพวกมันหายไปทีละศพอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงเสียง ซู้ดดด... เบา ๆ เหมือนใครบางคนกำลังสูดลมหายใจยาวด้วยความกระหาย
คืนเพ็ญและการจุติ
สามเดือนผ่านไป ทุ่งน้ำแข็งที่เคยเป็นสุสานกลายเป็นดินแดนที่พืชพรรณเจริญเติบโตอย่างผิดธรรมชาติ หญ้าสูงท่วมเอวและดอกไม้สีม่วงเข้มบานสะพรั่งท่ามกลางความหนาว สัตว์ป่าปรากฏตัวมากขึ้น แต่ทุกตัวจะหยุดนิ่งเมื่อถึงขอบเขตหมู่บ้าน ราวกับมีเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์และนรกที่มองไม่เห็น
ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ชาวบ้านนับร้อยมารวมตัวกันรอบแท่นบูชา เสียงสวดอ้อนวอนต่อ "เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์" ดังกึกก้อง
แกร๊ก!
รังไหมปริแตกออก หมอกทมิฬม้วนตัวกลับเข้าไปในพริบตา เผยให้เห็นเด็กน้อยที่มีผิวขาวราวหยกบริสุทธิ์ ผมสีดำสนิทยาวถึงไหล่ และดวงตาคู่เล็กสีเทาดำที่ไร้ซึ่งจุดรับแสง
เด็กน้อยนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางเปลือกไหมที่สลายตัว มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย... มันไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กทารก แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่รู้แจ้งและอยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงนั้นใสบริสุทธิ์แต่กลับมีน้ำเสียงนับร้อยซ้อนทับกันอย่างน่าขนลุก
หลิวหลานคุกเข่าลงเป็นคนแรก น้ำตาไหลพราก "พระองค์... พระองค์จุติแล้ว"
เด็กน้อยเอียงคอเล็กน้อย มองไปยังมวลมนุษย์ที่หมอบกราบอยู่แทบเท้า ก่อนที่ปากเล็ก ๆ นั้นจะเปล่งคำประกาศิตออกมาเป็นครั้งแรก
"เป่ย... หมิง"
เสียงนั้นแผ่วเบา แต่กลับดังก้องในโสตประสาทของทุกคนราวกับเสียงฟ้าคำราม ชาวบ้านต่างสวดชื่อนั้นซ้ำ ๆ ด้วยความศรัทธาที่มืดบอด
มีเพียงลุงชางที่ยังคงกำด้ามมีดแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน ในใจของชายชราเต็มไปด้วยคำถามที่เย็นเยียบ...
นี่คือเทพเจ้าที่มาโปรด... หรือเป็นบางสิ่งที่หิวโหยมานานแสนปีกันแน่?
